ผู้เขียน หัวข้อ: ความแตกต่างระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 แล้วก็ หอมมะลิ กข 15  (อ่าน 7 ครั้ง)

Posthizzt555

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2959
    • ดูรายละเอียด
ความไม่เหมือนระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 รวมทั้ง หอมมะลิ กข 15

ข้าวหอมมะลิ เป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีถิ่นกำเนิดในไทยมีลักษณะกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนใบเตยเป็นประเภทข้าวที่ปลูกได้คุณภาพดีที่สุดในไทยถ้าเกิดเทียบกับการปลูกภายในประเทศอื่นๆแล้วก็เป็นพันธุ์ข้าวที่ทำให้ข้าวไทยเป็นสินค้าส่งออกที่รู้จักไปทั่วโลก

เมื่อปี พุทธศักราช 2497 นายเพราะ สีหเนิน พนักงานข้าว จังหวัดฉะเชิงเทราได้รวบรวมประเภทข้าวหอมในเขตอำเภอบางคล้า ได้จำนวน 199 รวงแล้ว ดร.ครุย บุณยสิงห์ (ผู้อำนวยการกองบำรุงประเภทข้าวเวลานี้) ได้ส่งไปปลูกคัดเลือกชนิดบริสุทธิ์และเปรียบเทียบประเภทที่สถานีทดลองข้าวโคกสำโรง (ตอนนี้เป็นสถานีข้าวจังหวัดลพบุรี) ดำเนินงานคัดเลือกจำพวกโดยนักวิชาการเกษตรชื่อนายมังกร จูมทอง ภายใต้การดูและของนายโอภาส พลศิลป์ หัวหน้าสถานีทดสอบข้าวโคกสำโรงจนถึงปี พ.ศ. 2502 ได้พันธุ์บริสุทธิ์ข้าวขาวดอกมะลิ 4-2-105105 (เลขลำดับ 4 ซึ่งก็คืออำเภอที่เก็บมาอำเภอบางคล้า ลำดับที่ 2 หมายความว่าชื่อประเภทข้าวที่เก็บในอำเภอนั้น คือ พันธุ์หอมมะลิ และก็ เลข 105 เป็น ตำแหน่งรวงข้าวของจำพวกหอมมะลิที่เก็บในที่นั้น รวงที่ 105) และก็คณะกรรมการใคร่ครวญจำพวกข้าวได้อนุมัติให้เป็นจำพวกช่วยเหลือแก่เกษตรกร เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502 โดยเกษตรกรทั่วๆไปเรียกว่า “ขาวดอกมะลิ 105 ต่อมาได้มีการปรับแต่งประเภทข้าว ขาวดอกมะลิ 105 จนได้ข้าวชนิด กข 15 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ประกาศให้ ข้าวอีกทั้ง 2 ประเภทเป็นข้าวหอมมะลิไทย

ลักษณะเฉพาะของกลิ่นหอมยวนใจมะลิ

ความหอมของข้าวหอมมะลิ มีต้นเหตุจากสารระเหยชื่อ 2-acetyl-1-pyroline ซึ่งเป็นสารที่ระเหยหายไปได้
การดูแลรักษาความหอมของข้าวหอมมะลิให้ดำรงอยู่นานนั้นควรต้องเก็บข้าวไว้ภายในที่เย็น อุณหภูมิราว 15 องศาเซลเซียส เก็บข้าวเปลือกที่มีความชุ่มชื้นต่ำ 14-15% ลดความชุ่มชื้นข้าวเปลือกที่อุณหภูมิไม่สูงเกินไป นักการเกษตรกรบางคนพูดว่า การใช้ปุ๋ยโปตัสเซียมสำหรับเพื่อการปลูกมีแนวโน้มช่วยทำให้ข้าวมีกลิ่นหอมยวนใจเยอะขึ้น (ยังไม่มีข้อมูลรับรอง)

ข้าวขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวไวแสง

ข้าวไวต่อช่วงแสงสว่าง คือ ข้าวที่จะออกรวงเมื่อแสงแดดน้อยลงจากช่วงเวลาธรรมดา ซึ่งหลายคนอาจสงสัยแล้วเพราะเหตุใดจำต้องปลูก ในเมื่อมันควบคุมยากที่ต้องปลูกข้าวไวแสงเพราะข้าวหลายสายพันธุ์ที่มีคุณลักษณะเด่นๆ
มันเป็นข้าวที่ถูกควบคุมด้วยยีน หรือกรรมพันธุ์ที่ตกค้างมาจากจำพวกป่า หรือพันธุ์เริ่มแรกที่เกิดจากการปรับตัวตามธรรมชาติ เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ตัวเองไว้ได้ เป็นต้นว่า ข้าวขาวดอกมะลิ 105 แล้วก็ข้าวกข15 ซึ่งเป็นข้าวที่มีคุณลักษณะ นุ่มหอม แล้วก็เป็นที่ต้องการของตลาดแสงอาทิตย์ธรรมดาที่ส่องถึงพื้นผิวโลกของประเทศไทยพวกเราคิดคำนวณที่ 12 ชั่วโมง ส่วนข้าวไวต่อช่วงแสงสว่างเป็นข้าวที่จะออกดอกเมื่อโดนแสงน้อยกว่า 12 ชั่วโมง โดยข้าวไวต่อตอนแสงมี 2 แบบ ข้าวไวน้อยต่อตอนแสงสว่าง จะมีดอกเมื่อความยาวกลางวันราวๆ 11 ชั่วโมง 40-50 นาที รวมทั้งข้าวไวมากมายต่อช่วงแสงสว่าง จะมีดอกเมื่อความยาวตอนกลางวันราว 11 ชั่วโมง 10-20 นาที

โดยเหตุนี้เมื่อเลือกปลูกข้าวพันธุ์ที่ไวต่อตอนแสงสว่างไม่ว่าจะเริ่มปลูกเมื่อใดก็ตาม เมื่อถึงช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ซึ่งเป็นตอนๆที่ช่วงกลางวันสั้นกว่ายามค่ำคืน ข้าวก็จะออกดอกโดยทันที ก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดคำว่า “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันบิดา”(12 เดือนสิงหาคม – 5 ธันวาคม) เพราะเหตุว่าจำพวกข้าวที่เราปลูก เป็น ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และข้าว กข15 ซึ่งเป็นข้าวหนักแก่การเก็บเกี่ยว มากยิ่งกว่า 120 วัน ถ้าหากพวกเราปลูกเร็วเกินไปก็จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลเพิ่มขึ้น
ถ้าหากปลูกช้าเกินไป ข้าวก็จะไม่สามารถที่จะสะสมของกินได้เต็มกำลังก่อนออกรวง ทำให้ผลผลิตต่ำลงนั่นเอง

รูปแบบของสายพันธุ์

– นิยมปลูกในฤดูนาปี จะมีกลิ่นหอมสดชื่นมากมาย เมื่อพบภาวการณ์น้ำแห้งและอากาศเย็น
– เป็นข้าวที่ไวต่อตอนแสงสว่าง เป็นข้าวหนัก คุณภาพดี
– เก็บเกี่ยวได้ราวกลางเดือน เดือนพฤศจิกายน อายุกระทั่งเก็บเกี่ยวราวๆ 120 วัน
– ผลิตผลโดยประมาณ 363 กกต่อไร่ (แต่ถ้าหากดูแลดีก็ได้ผลิตผลสูงขึ้นกว่านี้ได้)
– ทนต่อสภาพดินเค็ม ดินเปรี้ยว ความแล้ง ได้ดิบได้ดี
– พื้นที่เสนอแนะสำหรับการปลูก ภาคอิสานและเหนือตอนบน
– ปริมาณ อะไม่โลสต่ำคือราว 12-17% (ยิ่งมีค่าต่ำเท่าใด ยิ่งมีความหอมมาก)

จุดเด่น
– มีกลิ่นหอม นุ่ม อร่อย หากแม้ตอนข้าวสวยและเย็น หากเก็บเป็นข้าวเปลือก
– เมือนำมาสีเป็นข้าวสารก็ยังคงความนิ่มหอมไว้ได้

หอมมะลิ ประเภท กข 15 (ที่เรียกว่า หอมมะลิ ได้จากการปรับแต่งชนิดโดยการใช้รังสีชักจูงให้มีการกลายพันธุ์ ของข้าวหอมมะลิ 105) ยืนยันสายพันธุ์เมื่อ ช่วงวันที่ 28 ม.ย. 2521

รูปแบบของสายพันธุ์
– นิยมปลูกในช่วงฤดูนาปี จะมีกลิ่นหอมหวนมากมาย เมื่อพบภาวการณ์น้ำแห้งแล้วก็เย็น แม้กระนั้นเป็นข้าวจำพวกเบาได้ผลผลิตได้มาก
– จะสุกและก็สามารถเกี่ยวได้ก่อนข้าวหอมมะลิ 105 ประมาณ 20 วัน
– -ผลผลิต ประมาณ 560 กก.ต่อไร่
– ทนแล้งรวมทั้งดินเค็ม ดินเปรี้ยว ได้ดิบได้ดี
– ปลูกภายในพื้นที่ภาคอิสาน
– จำนวนอมิโลส 14-17 % (ยิ่งมีค่าต่ำเท่าไร ยิ่งมีความหอมมากมาย)

จุดเด่น
– มีกลิ่นหอมสดชื่น นุ่ม เสมือนข้าวหอมมะลิ 105 แม้กระนั้นกลิ่นจะหอมน้อยกว่า เนื่องมาจากการแก้ไขสายพันธุ์

ข้าวหอมบงกช ชื่อเรียก กข31(ปทุมธานี 80) ยืนยันสายพันธุ์ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2550

ลักษณะของสายพันธุ์
– เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง เม็ดสั้น เป็นข้าวนาปรังอายุเก็บเกี่ยวแน่นอนราว 110 วัน
– ผลผลิตเฉลี่ย 738 โลต่อไร่ (นาหว่านน้ำตม)
– จำนวนอมิโลสสูง (27.3 – 29.8 %)
– มีกลิ่นหอมสดชื่นและก็นุ่มเวลาหุงเสร็จใหม่ๆแม้กระนั้นจะหยาบเมื่อข้าวเย็นตัวลง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ข้าวหอมมะลิ ราคา

Tags : ข้าวหอมมะลิ,ข้าวหอมมะลิ ราคา